Pages

วันอังคาร, ธันวาคม 06, 2554

สุขสันต์วันพ่อ

ฉั้นเกิดและเติบโตมาในครอบครัวเล็กๆ ที่ไม่ได้มีกฏระเบียบอะไรในครอบครัวมากมาย มีพี่น้อง 4 คนที่รักกันเหมือนเพื่อนแท้ พูดคุยกันได้ทุกเรื่อง เติบโตมาด้วยกัน แม้้จะทะเลาะกันบ้างตามประสาเด็ก เวลานึกย้อนกลับไปในช่วงวัยเด็ก จำได้แม่นยำในความเชื่อที่ว่า 'พ่อดุมาก' และ 'แม่ใจดีสุดๆ' ความต่างกันคนละขั้วของเค้าทั้งคู่ทำให้ฉ้ันเห็นเค้าสองคนทะเลาะกันเป็นประจำ ความรุนแรงจะขึ้นอยู่กับดีกรีสัญชาตญานของการปกป้องลูกของแม่ เพราะแม่เชื่อว่าการสั่งสอนลูกมากๆลูกจะเสียใจหรืออาจกระทบกระเทือนจิตใจลูกๆได้ เพราะพ่อเป็นคนเสียงแข็ง ดุ และเจ้าระเบียบ หลายครั้งฉั้นจึงตกอยู่ท่ามกลางศึกระหว่างเค้าทั้งคู่ โดยไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วใครผิดใครถูก แต่ทุกครั้งหลังเสร็จศึกสงคราม แม่ก็จะมานั่งปรับทุกข์กับฉั้นหรือลูกคนอื่นๆอยู่เสมอ พร่ำบ่นน้อยใจต่างๆนานา ทำให้รู้สึกสงสารแม่จับใจ และเพราะความเป็นเด็ก ทำให้ไม่สามารถแยกแยะถูกผิดได้ จึงตัดสินว่า พ่อใจร้าย เกือบทุกกรณีไป

พ่อเป็นคนเดียวที่ทำหน้าที่หาเงินจุนเจือครอบครัว เห็นพ่อตื่นตั้งแต่เช้าตรู่โดยไม่ต้องพึ่งนาฬิกาปลุก ทำงานทุกวันเกือบไม่เว้นวันหยุด เห็นพ่อทำงานอย่างไม่เคยขาด ลา มาสาย พ่อชอบคุยเรื่องการเมือง เรื่องข่าวสารบ้านเมืองมาก จึงมีพี่สาวคนโตของฉั้นเป็นคู่สนทนาตัวยง ส่วนฉั้นนะเหรอ...เด็กประถมถึงมัธยม(ต้น)จะไปคุยเรื่องพวกนั้นรู้เรื่องได้ยังไงกัน เมื่อคุยไม่เป็นก็เลยไม่รู้ว่าจะคุยอะไรกับพ่อดี เป็นสาเหตุให้การสื่อสารระหว่างพ่อกับฉั้นน้อยลงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แม่ฉั้นเป็นแม่บ้าน อยู่บ้านเลี้ยงลูก จึงมีเวลาให้ฉั้นเต็มๆ ซึ่งก็ได้เปรียบพ่อไปหลายขุม การมีแม่ที่เป็นผูู้ฟังที่ดี รับฟังเราได้ทุกเรื่อง เป็นที่ปรึกษาและพูดคุยที่ดีที่สุดในโลก การได้นอนหนุนตักหนาๆนุ่มๆของแม่และพูดคุยกับแม่จึงเป็นเวลาที่อบอุ่นเหนือสิ่งอื่นใด ต่างจากเวลาที่พ่อกลับจากงาน พ่อมักจะเหนื่อยล้าและอารมณ์ขุ่นเคือง เวลาเห็นบ้านรกพ่อก็บ่น บางวันไม่มีอาหารเย็นเตรียมไว้พ่อก็โมโห และเริ่มศึกกับแม่ทุกทีไป จึงเป็นหน้าที่ของฉั้นโดยไม่รู้ตัว ที่ต้องเหยียบหลัง นวดไหล่ ด้วยสองมือสองเท้าเล็กๆ เพื่อผ่อนคลายความเหนื่อย เมื่อยล้าให้พ่อ บางวันก็นั่งขัดรองเท้าให้พ่อจนเงาวับ แม้จะแอบเบื่อหน่ายอยู่เล็กๆ แต่มานั่งนึกตอนนี้ ...​ นอกเหนือจากการเป็นเด็กดี ไม่ดื้อรั้นแล้ว ไม่เคยรู้ตัวเลยว่านั่นแหละเกือบจะเป็นสิ่งเดียวที่ฉั้นได้มีโอกาสทำเพื่อพ่อ 

พ่อชอบพาพวกเราไปวัด เราเข้าวัดกันตั้งแต่เด็กๆ ถึงแม้ภาพที่พ่อกับแม่ทะเลาะกันจะฝังอยู่ในความทรงจำของฉั้นตลอดมาจนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ แต่คำสอนของพ่อ ฉั้นก็ยังจำได้ขึ้นใจ  พ่อสอนให้ตั้งใจเรียน ให้ใช้เงินอย่างประหยัด ให้ดูแลบ้านช่องให้สะอาด ให้กินอาหารที่มีประโยชน์ ฯลฯ พ่ออยากให้พวกเราเป็นเด็กดี เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี ตอนนี้ฉั้นเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ผ่านเรื่องราวทั้งร้ายทั้งดีมานักต่อนัก อ่อนแอจนเข็มแข็ง อ่อนล้าจนแข็งแกร่ง ผ่านการให้อภัยตัวเองและคนอื่นในหลายๆแง่มุมในอดีต สามารถดำเนินชีวิตอย่างเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ส่วนหนึ่งมาจากคำสอนของพ่อที่ก้องกังวาลอยู่เสมอ และความอบอุ่นและการรับฟังของแม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใดในโลก 

วันนี้ไม่สำคัญหรอกว่าพวกเค้าทั้งคู่จะต่อสู้กันมาหนักหนาสาหัสขนาดไหน ไม่สำคัญว่าเค้าจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันหรือไม่ สำคัญที่สุดคือ ฉั้นเข้าใจและรับรู้ถึงความรักของพวกเค้า ที่ไม่มีคำว่าลำเอียง ไม่มีคำว่าไม่เท่าเทียม และไม่มีสิ่งใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่านี้อีกแล้ว

แม้เราไม่เคยบอกรักกันด้วยคำพูดเลย และแม้รู้ว่าพ่อคงไม่ได้เข้ามาอ่าน แต่ฉั้นก็อยากบอกเค้าว่า
รักพ่อและแม่มากที่สุด ขอบคุณความรักของทั้งคู่ที่มีให้เราเสมอมา
สุขสันต์วันพ่อค่ะ  


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...